Mobile
ค้นหา:
     บทความ   รถเข็น   
   สถิติของเวบไซต์
 
เปิดเวบเมื่อ 21/11/2547
ปรับปรุงเวบเมื่อ 22/03/2562
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 39
0108414730719
   หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (39)
 จัดชุดเครื่องเสียง ลดราคาพิเศษ>>>
 เช็คราคา JVC ที่นี่ !!!!
 เช็คราคา PIONEER ที่นี่!!!
 เช็คราคา/////ALPINEที่นี่!!!
 ลำโพงกลางแหลม
 ลำโพงซับ, ตู้ซับสำเร็จ
 พาวเวอร์แอมป์
 ฟิลม์กรองแสง
 อุปกรณ์เสริมความปลอดภัย
 ของแต่งรถ, ระบบนำทางGPS
 เครื่องเสียงมือสอง, สินค้าราคาพิเศษ
 โชว์งานติดตั้งเครื่องเสียง


   บริการของร้านค้า
   จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ

   Ẻͺ͹Ź
หากท่านจะเปลี่ยนวิทยุเครื่องใหม่ ท่านจะซื้อยี่ห้อ?
Pioneer
JVC
Sony
Clarion
Alpine
Nakamishi
Panasonic
Kenwood


อัพเดท...เดือน ตุลาคม 2561 ตอนนี้ทาง Pioneer ได้ออกสินค้าใหม่มาหลายโมเดล เชิญเข้าไปดูได้ใน Pioneer ปี 2019 ได้เลยครับ ....ส่วน JVC ก็ได้นำเข้าสินค้าใหม่อย่าง M740BT M540BT  เรียกว่ามากันครบแล้วในปี 2018

ตลอด15 ปีที่ผ่านมา...เราคือผู้เชี่ยวชาญงานติดตั้งวิทยุรถยนต์ โดยเฉพาะ Pioneer และ JVC ที่ขายดีเป็นอันดับต้นๆ ของเมืองไทย เรามีข้อมูลทั้งราคา และรุ่นปี ข้อมูลด้านเทคนิคสำคัญของ Pioneer และ JVC ที่ท่านหาจากเว็ปอื่นไม่ได้ !!! เรามีประสบการ์ณการติดตั้งวิทยุ พาวเวอร์แอมป์ ลำโพง กับรถยนต์แทบทุกรุ่นทุกยี่ห้อ เก็บข้อมูลการถอดประกอบลง worksheet ทุกขั้นตอน ไม่มีการมานั่งนึกว่าจะถอดอย่างไร...ย้ำสายหลังวิทยุด้วยการเข้างานหัวหมวก100%เจ้าแรกของประเทศไทย (เริ่มใช้ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2547)ไม่มีการพันผ้าเทป ไม่มีการบัดกรีแล้วพันผ้าเทป ไม่หลอกเอาหุ้มใยขาวๆพันสายไฟ แล้วเอาผ้าเทปพันทับแล้วบอกว่าเสียงดีขึ้น(มันจะดีขึ้นตรงไหน?) แต่กลับมาบวกค่าติดตั้งจากลูกค้า และอวดอ้างสรรพคุณ โดยเฉพาะร้านใหญ่ๆ ชอบทำกัน........งานติดตั้งวิทยุเน้นเก็บรายละเอียด..เนียนๆ.. ยึดแน่นกับโครงสร้างรถ..ถูกต้องตามมาตรฐานความปลอดภัย.........

แค่งานติดตั้งวิทยุถ้ายังทำได้ไม่ดี... ท่านคิดหรือว่างานติดตั้งลำโพง พาวเวอร์แอมป์ จะมีมาตรฐานที่ดีได้อย่างไร ...เชิญพิสูจน์และแวะมาคุยกับเราได้ ก่อนจะตัดสินใจทำ

ติดตั้งและให้คำแนะนำโดยวิศวกร(วศบ.เครื่องกล) ผู้เชี่ยวชาญงานเครื่องเสียงรถยนต์มากว่า 15 ปี ราคามิตรภาพ งานติดตั้งได้มาตรฐาน... ที่ท่านไม่สามารถหาได้จากร้านใหญ่ๆ ในประเทศไทย

กรุณาโทรนัดล่วงหน้าด้วยนะครับ หากจะเข้ามาพูดคุย ทดลองฟัง หรือ ติดตั้ง ช่องทางติดต่อ 084-525-8228 หรือ Line : thaweea101 แอดมาแล้วทัก(แซท)มาด้วยนะครับ แอดเฉยๆ ผมไม่ได้รับเป็นเพื่อนนะครับ ... สั่งซื้อสินค้า หรือสอบถามปัญหา ก็คุยผ่านทางไลน์เลยนะครับ หรือโทรคุยเท่านั้นครับ ......หน้าเวป ถามมาตอบไปผมจะไม่ค่อยได้เข้ามาแล้วนะครับ ......เอาไว้เป็นช่องทางให้ตะโกนต่อว่า ติชม เวปได้ครับ... ไม่ลบด้วย...ตามสบาย...  

บทความ
ติดแอมป์ในรถแล้วต้องเปลี่ยนแบตด้วยอ่ะเปล่า :-( (อ่าน 45077/ตอบ 0)

เป็นคำถามที่เจอบ่อยมาก เหมือนจะเป็นปัญหาคลาสสิคไปแล้ว ถ้าจะให้อธิบายต้องสาธยายกันยาวสักหน่อย  เรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับที่มาที่ไปของปัญหานี้ดีกว่า (เครื่องเสียงรถยนต์ ง่ายนิดเดียว...) ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจกันก่อนสำหรับพื้นฐานเรื่องไฟฟ้า คือ

1.กระแสไฟ (ค่าเป็นแอมป์ A) กระแสไฟ ก็เปรียบเสมือนปริมาณน้ำที่ไหลผ่านท่อน้ำ ถ้าน้ำไหลผ่านมาก ก็หมายถึงใช้กระแสไฟสูงไงล่ะครับ

2.ค่าความต่างศักดิ์ (ค่าเป็นโวลต์ V) อันนี้รู้กันอยู่แล้วว่า ระบบไฟในรถใช้ 12 V ค่าตัวนี้เปรียบเหมือน แรงดันของท่อน้ำครับ ถ้าแรงดันมาก น้ำก็ไหลได้ดี ลองนึกดู ถ้าแรงดัน 14.4 V เสียงที่ได้จากแอมป์ จะดังกว่า แรงดัน 12 V (อ่ะ แน่นอน)

3.กำลัง (ค่าเป็นวัตต์ P) ค่าตัวนี้สามารถคำนวนได้จาก P=IV จะเห็นว่าแอมป์ที่ให้กำลังขับมาก ก็จะต้องใช้กระแสสูงตามไปด้วย สำหรับค่าวัตต์นี้ มักจะมีข้อถกเถียงอีกอย่างนึงคือ วัตต์สูงสุด (watt max) หรือวัตต์โม้ วัตต์เฉลี่ย (watt RMS) แล้วยังมีว่าวัดที่ค่าความต้านทานเท่าไรอีก อะไรก็แล้วแต่โปรดอย่าได้สับสน ผมมีหลักการง่ายๆ ในการเปรียบเทียบวัตต์ของแอมป์ คือ ไม่ควรนำค่าวัตต์สูงสุด มาเป็นค่าเปรียบเทียบกำลังวัตต์ของแอมป์ เพราะวัตต์สูงสุด ไม่สามารถบอกได้ถึงคุณภาพกำลังขับของแอมป์โดยรวมได้อย่างเที่ยงตรง ควรใช้ค่า RMS หรือวัตต์เฉลี่ย ซึ่งเป็นการนำค่ากำลังของเสียงในทุกย่านความถี่มาคำนวนหาค่ากำลังจากแอมป์ และควรเป็นค่าที่อ้างอิงที่ 4 โอมห์ ลำโพง และคำนวนที่ 12 โวลต์ เพื่อจะได้เป็นบรรทัดฐานเดียวกัน (การแปลงค่าวัตต์ RMS เป็นวัตต์ max ให้เอา 5 คูณครับ)

คราวนี้มาทำความเข้าเกี่ยวกับ แบตเตอรี่ ก่อน แบตเตอรี่ที่ติดตั้งในรถยนต์ จะโชว์ค่าโวลต์ที่ 12 V แต่เวลาเราวัดไฟ จะได้ประมาณ13.8V และเมื่อใช่ไปนานๆ ค่าโวลต์จะตกลงเรื่อยๆ บางครั้งเหลือ 11.5 V เมื่อถึงตรงนี้หลายท่านจะเจอปัญหาสตาร์ทรถ ไม่ติด หรือเปิดเครื่องเสียงเวลาเบสลงหนักๆ ไฟหน้าปัดกระพริบวูบวาบ ยังมีค่าที่บอกมากับแบต อีกอันนึงคือ ความสามารถในการจ่ายกระแสไฟ (แอมป์ ฮาว AH) แบต ที่มีขนาดใหญ่จะมีค่าตัวนี้สูงกว่า แบตขนาดเล็ก เช่น 45 AH , 55AH, 65AH , 75AH เป็นต้น ค่าตัวนี้หมายถึงความสามารถในการจ่ายกระแสไฟจำนวนมาก (แอมป์ที่กำลังวัตต์สูงๆ จะต้องการกระแสไฟในปริมาณที่สูงด้วย) ทีนี้ปัญหาของแบตเตอรี่ก็คือว่าเมื่อเราใช้งานไปเรื่อยๆ (โดยทั่วไป 1-2ปีแบตจะเสื่อม) ความสามารถในการบรรจุกระแสไฟ หรือการจ่ายแอมป์จะน้อยลงเรื่อย โดยค่าความต่างศักย์ โวลต์ จะลดลง จนถึงจุดที่วันนึงเราสตาร์ทรถไม่ติด เพราะไดสตาร์ทต้องการปริมาณกระแสไฟและ แรงดันไฟค่อนข้างมาก เมื่อแบตจ่ายให้ไม่ได้ ก็ต้องเปลี่ยนแบตใหม่ (เรื่องของแบตเอาไว้แค่นี้ล่ะกัน)

ไดชาร์ท หลายคนก็คงรู้จัก มันก็คือไดนาโมนี่เอง หรือตัวที่ทำหน้าที่บั่นกระแสไฟ เพื่อจ่ายให้ระบบ (รวมถึงวิทยุ กับแอมป์ที่เราใข้เล่นเครื่องเสียงด้วย) ส่วนที่เหลือจากการใช้จะถูกนำมาชาร์ตแบตครับ โดยปรกติ ถ้าเราไมได้ลงเครื่องเสียงในรถ ไดชาร์ทจะมีปริมาณกระแสไฟ ที่เหลือจากการใช้ของรถ ประมาณ 5-15 แอมป์แล้วแต่รุ่นรถ ในปริมาณขนาดนี้ ก็เพียงพอกับการติดตั้งแอมป์ 4 แชนแนล 1 ตัวขนาด 75x4 วัตต์ เปิดดังกระหึ่มในรถ โดยที่ไม่ส่งผลกับแบตแม้แต่นิดเดียวครับ ทีนี้ไดชาร์ท รถก็มีอายุการใช้งานครับ เมื่อใช้ไฟนานๆ เช่น 5 ปีผ่านไป ความสามารถในการจ่ายไฟจะลดน้อยลง ดังนั้นถ้าเรามีแอมป์สักสองตัวเปิดดังๆ แอมป์จะดึงกระแสไฟจากแบตแทน เปรียบแบต เหมือนถึงน้ำ ถ้าปริมาณการใช้น้ำมาก แต่น้ำเติมเข้ามาในถังน้อย ปริมาณน้ำในถังจะลดลงเรื่อยๆ  หลายคนคงเคยเจออาการ อยุ่ๆ แอมป์ก็ปิดตัวเองไปดื้อๆ เดี๋ยวก็ติดขึ้นมาใหม่ นั้นแหละอาการแบตหมดมาเยือน

สายแบตเตอรี่ เปรียบเสมือนท่อน้ำ ลองคิดดูจะเกิดอะไรขึ้น ถ้า อพาร์เมนท์ทั้งหลัง อาบน้ำพร้อมกัน 100 ห้อง แต่ท่อที่ต่อจากถังน้ำขนาด แค่ครึ่งนิ้ว ทำไปพี่ไม่เพื่อเอาไว้สัก 3-5 นิ้วไปเลยล่ะ ฉันใดก็ฉันนั้น หมองูตายเพราะงู จบข่าว!!! สายแบตเตอรี่ที่มีขายกันในบ้านเรา และฝรั่งแนะนำให้ใช้ก็มีขนาดดังนี้

0 AWG ขนาด ประมาณ 40 sq.mm2 สำหรับ แอมป์ 4 ch ตัวใหญ่ กับ 2 ch ขับซับ

4 AWG ขนาด ประมาณ 20 sq.mm2 สำหรับ แอมป์ 4 ch ตัวใหญ่ หรือ 5 ch

8 AWG ขนาด ประมาณ 10 sq.mm2 สำหรับ แอมป์ 4 ch ตัวเล็ก

แต่นี่มันเมืองไทย ร้านเครื่องเสียงบ้านๆ มักขี้เหนียว เคยเห็นใส่สายแบตขนาด 6 sq.mm2  กับแอมป์ 4 ch ตัวใหญ่ ให้ลูกค้า คือมันก็ใช้ได้นะครับไม่มีปัญหาอะไร แต่เมื่อไรที่คุณเร่งกำลังจากแอมป์ให้สูงมากๆ หรือเปิดดังมากๆ จะเกิดปัญหาทันที คือไฟวิ่งไม่พอ

สุดท้ายที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือตัวเจ้าปัญหา แอมป์(เครื่องขยายเสียง)!!นั้นเอง ถามหน่อยเถอะ ช่างหลายคนในร้านใหญ่ๆ หลายร้าน ติดตั้งเครื่องเสียงมาเป็น 10 ปี ยังไม่รู้เลยว่าการกินกระแสไฟของแอมป์ทำงานยังไง  ถ้าไปถามช่างเขาอาจตอบคุณว่า อ๋อ แอมป์รุ่นเนี้ย 4x60 วัตต์ วัตต์max 600 วัตต์ กินกระแสไฟยังไง หรือครับ ก็...กินไม่เยอะครับ โอ้ย แค่นี้ไม่มีปัญหาหรอก เค๊าเล่นกัน 3 ตัว ยังไม่เป็นไรเลย.... (อันนี้ก็คือรู้จริงๆ ตอบตามประสบการณ์ช่างเค๊าน่ะ) ความจริงก็คือว่า แอมป์จะมีค่าการกินไฟขั้นต่ำ (Idle Current) ค่าหนึ่ง ในคู่มือแอมป์จะบอกไว้ เช่น แอมป์ 600 w RMS จะมีค่ากินไฟขั้นต่ำ 3 A เป็นต้น แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เปิดโวล่มเสียงให้ดังขึ้นเรื่อยๆ แอมป์ตัวนี้จะกินกระแสไฟมากๆ ตามเสียงที่ดังขึ้น อาจสูงถึง 50 A โอ้..โห๋ ...หลายคนอาจตกใจ อย่างนี้ไดชาร์ตก็จ่ายไฟให้ไม่พอสิ แอมป์ตัวเดียวเนี่ย... ไม่ต้องตกใจครับ มันเป็นค่าสูงสุดเท่านั้นและส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในช่วงที่เบสลงหนักๆ  (ความถี่ต่ำๆ) เป็นช่วงเสี้ยววินาทีเท่านั้น แต่เฉลี่ยแล้ว จะกินกระแส 5-10 แอมป์  พูดมาถึงตรงนี้หลายคนคนร้องอ๋อกันแล้วว่า มิน่าล่ะถึงต้องมีตัวจ่ายไฟ (คาปาซิเตอร์)จะแบบแท่ง หรือจะแบบอะไรก็แล้วแต่ 1 F ,1.5F, 2.0F แล้วแต่ศรัทธา มาช่วยในการจ่ายกระแสไฟให้กับแอมป์ โดยเฉพาะแอมป์ขับซับเพราะจะหวังพึ่งปริมาณกระแสไฟจากแบตเตอรี่คงไม่ทันท่วงที (เพิ่มเติมนิดนึง คาปา ไม่ใช่แบตนะครับ มันทำหน้าที่เหมือนถังไนตรัสที่ใช้ในรถแข่งกดปู้ดเดียว รถคุณจะพุ่งฉิ๋ว แต่ไม่สามารถพุ่งได้ตลอดไป ต้องอาศัยแบตอยู่ดี 

เมื่อเราเข้าใจพื้นฐานของแหล่งพลังงานที่ป้อนให้เครื่องเสียงแล้วก็ไม่ยากที่จะอธิบายปัญหาต่างๆ แต่ต้องขอบอกก่อนนะครับว่า ส่วนใหญ่ปัญหาเรื่องระบบไฟ  มักเกิดกับคนที่เริ่มมีซับเป็นของตัวเอง (อันที่จริงไม่น่าเรียกว่ามีซับน่ะเพราะต้องเสียทรัพย์ไปเยอะ) ส่วนพวกเล่นวิทยุ ขับคู่หน้า หลัง 6คูณ9 หรือมีแอมป์มาขับอีกซักตัว อย่าเพิ่มวิตกจริตครับ กลับบ้านไปดูดนมดีกว่า  

สรุปได้ว่าการมีแอมป์หลายตัวบางคนมี 6 ตัว ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องเปลี่ยนแบตหรือเพิ่มได เลย เพราะเขาอาจฟังไม่ดังมาก (ฟังสบายๆในรถ) และไม่ได้เปิด ซับตูมตาม ในทางกลับกันคนที่มีแอมป์แค่ 2 ตัว แต่ทั้งบริดส์ ทั้งโหลดลำโพง (2โอห์ม) ซับอัดกันเต็มที่ เปิดเพลงก็แนว dance เรียกว่าเปิดให้ดังฟังทั้งซอย อย่างนี้อาจต้องเพิ่มแบตอีก 2 ลูก เปลี่ยนไดให้ใหญ่ขึ้นถึงจะเอาอยู่ ปัญหาที่ตามมาแบตจะเสี่อมเร็วกว่าปรกติด้วย เช่น เมื่อก่อนเคยเปลี่ยนที่2 ปี อาจเหลือ 6 เดือน

หน้าแรก  |  สินค้า  |  ถามมา???ตอบไป:)  |  เกี่ยวกับเรา  |  บทความ  |  ติดต่อเรา  |  Sitemap
© 2001- . TARAD.com. All Rights Reserved.
//